หลบฝน...มาวิ่งลู่
หลบฝน...มาวิ่งลู่

ในเมื่อฝนตกแบบนี้สิ่งที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ก็คงต้องหลบฝนมาวิ่งบนลู่วิ่ง ดีไม่ดียังไง มาดูกัน
แน่นอนว่าการวิ่งบนลู่อาจจะไม่ได้ฟิลเหมือนวิ่งถนนแน่นอน เพราะการวิ่งทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน มีการทดสอบมาแล้วว่าการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้านั้นสามารถประหยัดพลังงานของนักวิ่งได้มากกว่าวิ่งบนพื้นถนน แต่ในกรณีที่ใช้ความเร็วเท่ากันนะ เหตุผลที่การวิ่งบนลู่ประหยัดพลังงานได้มากกว่าก็เพราะ
การวิ่งอยู่บนลู่วิ่งนั้นนักวิ่งจะไม่ต้องรับแรงต้านจากลม และตัวลู่วิ่งนั้นเลื่อนอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นตัวช่วยเล็ก ๆ ที่ช่วยให้นักวิ่งสามารถประหยัดพลังงานได้นั่นเอง แต่นั่นก็หมายความว่า..เมื่อเราใช้พลังงานน้อย การเผาผลาญก็ต้องน้อยกว่าการวิ่งข้างนอกเช่นกัน
แต่สมัยนี้ลู่วิ่งไฟฟ้าสามารถทดแทนพลังงานตรงนั้นที่หายไปได้ โดยนักวิชาการเคยให้คำตอบเรื่องนี้ไว้ด้วยนะ หากนักวิ่งอยากจะชดเชยแรงต้านที่หายไปกับพลังงานที่ใช้น้อยลง นักวิ่งต้องปรับความลาดเอียงของลู่วิ่งให้อยู่ที่ 1% (ข้อมูลจาก Journal of Sports Science) เมื่อปรับความลาดเอียงแล้วนักวิ่งจะสามารถชดเชยพลังงานได้ ถึงแม้จะหลบฝนมาวิ่งบนลู่วิ่งก็ยังสามารถปรับให้ใกล้เคียงกับการวิ่งข้างนอกได้
นอกจากลู่วิ่งจะสามารถหลบ Effect จากสภาพดินฟ้าอากาศได้แล้ว ลู่วิ่งยังทำให้เราสามารถ Control การวิ่งของเราได้ดั่งใจอยากหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ หรือ ระหว่างที่เรากำลังวิ่งอยู่ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือ ที่ Fitness เราก็ยังสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ควบคู่ไปได้อีกด้วย (ดูหนังฟังเพลง, คุยกับคนรอบข้าง)
และอีกข้อดีของการวิ่งบนลู่วิ่งก็คือทำให้เราไม่เสี่ยงที่เกิดอันตรายจากสิ่งที่ไม่คาดคิดไม่ว่าจะเป็น รถยนต์, หมาไล่กัด หรือ โดนโจรปล้น และนี่คือข้อดีของการวิ่งบนลู่วิ่ง ถึงแม้การวิ่งบนลู่วิ่งจะไม่สามารถให้ฟิลเหมือนการวิ่งถนนได้แบบ 100% แต่ในช่วงที่ฝนตกหนักทุกวันแบบนี้ลู่วิ่งก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องวิ่งแล้วล่ะ
เพื่อน ๆ อาจจะใช้วิธีสลับการวิ่งบนลู่กับการวิ่งบนพื้นถนนจริง ๆ ก็ได้ครับ วันไหนฝนตกก็เข้า Fitness วันไหนอากาศดีก็ออกไปวิ่งข้างนอกตามเดิม เพื่อนๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝนนี้กันด้วยนะ