WaterFasting

Water Fasting ดื่มน้ำ ลดน้ำหนัก

WaterFasting

Water Fasting หนึ่งในรูปแบบการลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำ เป็นเวลาต่อเนื่อง 1 - 3 วัน สามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือ? หากเราไม่ได้รับสารอาหารเข้าในไปร่างกาย ทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ปัจจุบัน Water Fasting กลายเป็นเทรนด์ของการลดน้ำหนักที่ทำได้ง่ายอีกหนึ่งวิธี และกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน สามารถเริ่มลองทำได้เพียง 3 วันเท่านั้น และเห็นอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม การทำ Water Fasting ผู้ที่ลดน้ำหนักจะไม่สามารถทานอาหารอย่างอื่นได้ในระยะเวลาที่กำหนด จึงเกิดข้อถกเถียงกันในเรื่องของสารอาหารที่มีประโยชน์ พลังงานต่างๆ ว่าการ Water Fasting จะเป็นผลดี หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายของเรากันแน่การทำ

Water Fasting คือ การดื่มน้ำอย่างเดียวโดยไม่รับประทานอาหาร ตามเวลาที่ตนเองกำหนด คนส่วนใหญ่จะทำกันแค่ 3 วันเท่านั้น การขยับวัน และเวลาที่เพิ่มขึ้น สามารถทำได้ตามความสามารถของร่างกาย ว่าสามารถรับได้มาก หรือน้อยเพียงใด แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าเวลาที่ดีที่สุดของการ Water Fasting คือ 24 - 72 ชั่วโมง และดื่มน้ำให้เพียงพอในปริมาณ 2 - 3 ลิตร ตามปริมาณน้ำที่ควรได้รับต่อวัน หากอย่างใดอย่างหนึ่งไม่สมดุลอาจเกิดอันตรายได้

Water Fasting จึงเป็นการลดน้ำหนักที่ดูเหมือนจะทำได้ง่าย แต่หากได้ทำจริงๆ นั้นยากพอสมควร เพราะต้องมีการปรับสภาพระบบย่อยอาหารภายใน และการฝึกฝนของร่างกาย

Water Fasting สามารถลดน้ำหนักได้อย่างไร การทำ Water Fasting คือ การกระตุ้นให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเผาผลาญที่ไวและดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับบุคคลที่ระบบการเผาผลาญไม่คงที่ เหงื่อออกยาก โดยน้ำที่ดื่มไปนั้นจะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่มีชื่อว่าอินซูลิน (Insulin) และเลปติน (Leptin) เป็นฮอร์โมนตัวสำคัญที่มีผลต่อกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้เกิดการตอบสนอง การทำงาน และการเผาผลาญที่ไวมากขึ้น เปรียบเสมือนการรีเซตระบบเผาผลาญ และการดีท็อกซ์ร่างกายไปในตัว Water Fasting จึงทำให้ร่างกายมีการกระตุ้นฮอร์โมนทั้ง 2 ประเภทข้างต้น สร้างระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ไวมากขึ้น น้ำหนักจึงลดลงได้จริง

ข้อดีของการ Water Fasting

-ช่วยปรับสมดุล และรีเซตระบบในร่างกาย

-ดีท็อกซ์ของเสียในร่างกายได้ดี

-เกิดการกลืนกินเซลล์ หรือกระบวนการ Autophagy เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรง ทำให้ลดสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้

-เสริมสร้างระบบเผาผลาญให้คงที

-ลดความดันโลหิต

-ลดน้ำหนัก

-ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน และฮอร์โมนเลปตินดีขึ้น

ก่อนการทำ Water Fasting : ควรรับประทานอาหารให้มีสารอาหารครบถ้วน ทานอาหารในปริมาณที่พอดี ไม่ทานอาหารในปริมาณที่มากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้ร่างกาย และกระเพาะอาหารปรับสภาพไม่ทันได้หลังการทำ Water Fasting

หากทำ Water Fasting ครบกำหนดแล้ว ให้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน และย่อยง่าย ในปริมาณที่เราต้องการให้ร่างกายปรับเปลี่ยน

การทำ Water Fasting ถึงแม้ว่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม หากมีอาการข้างเคียงตามมา เช่น เกิดอาการเวียนหัว มึนศีรษะ รู้สึกอ่อนเพลียง่าย และผลข้างเคียงอื่นๆ ควรพบแพทย์โดยทันที และในแนวทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ และตรวจสุขภาพให้แน่นอนก่อนเริ่มทำการลดน้ำหนักแบบ Water Fasting กันด้วยนะ